>> ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ตอนที่ 1 <<
>> ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ตอนที่ 2 <<
>> ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ตอนที่ 3 <<

มาถึงตอนจบแระ เปิดตอนกันด้วยภาพสาวหมวยกันเลยดีกว่า


0: สองสาวหมวยแห่งกัวลาลัมเปอร์ เธอเป็นใครกัน??
    Sample กันแค่รูปเดียวก่อน กลับเข้าเรื่องต่อ 55


1: โรงแรม First World ยามเช้า ที่เห็นข้างหลังขาวๆ นั่นเป็นหมอกหมดเลย


2: บน Genting ตอนเช้าๆ อากาศจะหนาวมากๆ หมอกลงจัด
    รูปนี้นี่ โรงแรมหายเข้าไปกับสายหมอก



3: ตอนแรกกะว่าเ้ช้าๆ จะลองไปเล่น Casino ดู แต่ปรากฏว่าเงินขั้นต่ำ่ที่จะเล่นนี่ 50 RM -*-
    ออกไปเข้าสวนสนุกแทนดีกว่า ค่าเข้าของส่วน Outdoor ก็ 38 RM
    เป็นบัตรผ่านแบบบุฟเฟต์ติดข้อมือ เล่นอะไรก็ได้
    แต่ด้วยเวลาอันจำกัด ทำให้ได้เล่นไปแค่สองอย่าง


4: ชิงช้าหมุนๆ อันนี้ไม่ได้เล่น


5: อันนี้ชื่อ Free Fall ขึ้นไปข้างบนสุด แล้วปล่อยให้ตกลงมา คล้ายๆกับที่ พัทยา พาร์ก
    อันนี้ก็ไม่ได้เล่นอีกเช่นกัน


6: ที่ได้เล่นแค่สองอันก็เพราะมัวแต่มาต่อคิวไอ้รถ Go Kart เนี่ยแหละ ใช้เวลารอประมาณ 1 ชม.
    พอถึงคิวปุ๊ป ฝนตกครับ พักชั่วคราว โอ้แม่เจ้า!! เค้าเลยให้บัตรเทพมา
    เปิดเมื่อไร สามารถเข้ามาเล่นได้ทันที ไม่ต้องต่อคิวใหม่
    (ที่เห็นในรูปนี่แอบตั้งชื่อให้เค้าว่าน้องเจแปน อิอิ ตัวจริงน่ารักนะ)


7: พอฝนตกก็เลยมาต่อคิวรถไฟเหาะแทน เพราะ Go Kart เราได้บัตรเทพมาแล้ว
    รูปนี้ถ่ายตรงที่รอรถไฟเหาะ พอหมอกลงจัดๆ ไอ้ยอด Free Fall มันจะหายไปเลย
    คาดว่าไอ้คนที่เล่น ขึ้นไปข้างบนก็คงมองไม่เห็นพื้นข้างล่างเหมือนกัน
    (เกิดมันเสียขึ้นมา รู้ตัวอีกทีคงตกมาตายเรียบร้อยแล้ว)


8: บ่ายสองครึ่ง กลับไปเอาของที่ฝากไว้ที่โรงแรม
    เดินลากของกลับมาที่ Skyway อีก 20 นาที โคตรไกล
    ซื้อตั๋ว Skyway คนละ 5 RM ส่วนตั๋วรถบัสต้องไปหาซื้อข้างล่าง



9: นั่ง Skyway นี่เร้าใจกว่าตอนเล่นรถไฟเหาะอีก หมอกลงจัดมองไม่เห็นอะไรเลย


10: พอลงมาเรื่อยๆ หมอกก็ค่อยๆ จางลง
      (หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า)


11: พื้นที่ด้านล่างที่ Skyway ตัดผ่านนี่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์มากๆ เลย


12: ลงมาถึงด้านล่าง เดินหาซื้อตั๋วกลับ KL Sentral แล้วก็เป็นไปตามที่คิด ตั๋วหมด!!
      ขณะนี้เป็นเวลา 4 โมงเย็น เครื่องบินที่จะกลับนี่ไฟลต์ 2 ทุ่ม หึหึหึ
      เดินออกมาจากเคาเตอร์ขายตั๋วปุ๊ป ก็เจอบรรยากาศที่คุ้นเคยทันที
      คนขับ Taxi รีบเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีอย่างไม่รอช้า บอกว่าไป KL Sentral 80 RM
      เรามากัน 6 คน นั่นแปลว่า เราต้องนั่ง Taxi สองคัน หารแล้วคือคนละ 26.67 RM
      ชิบหาย!! เกิดมาไม่เคยโดนฟันกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้มาก่อน
      ขามาค่าตั๋วรถบัสเพียวๆ มันคนละ 3.5 RM เองนะเว๊ยเฮ๊ย


13: สุดท้ายก็ต้องจำยอม เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่น ถ้ามัวแต่ชักช้าลีลาอาจจะตกเครื่องได้
      ต่อรองมาได้เหลือ 75 RM ก่อนขึ้นรถ คนขับเห็นว่าเรากำลังจะไปสนามบิน
      ก็ถามเราว่าจะไปสนามบินยังไง พยายามสับขาล่อหลอก บอกเราว่า
      ไปต่อรถไฟเนี่ยไม่ทันหรอก นั่ง Taxi ไปสนามบินเลยมั๊ย 180 RM
      พ่อมึงตาย!! อย่ามาเที่ยวกรุงเทพฯ บ้างละกัน มีเอาคืน
      (แต่กลับ Taxi ก็ได้บรรยากาศอีกแบบนะ ระหว่างทางฝนตกด้วย)


14: ชั่วโมงเดียวก็มาถึง KL Sentral เร็วกว่ารถบัสอีก มาซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน (KLIA) 35 RM
      รถไฟฟ้าเชื่อมระหว่าง KL Sentral กับ KLIA มีสองสาย คือ
      1.) KL Ekspress เป็นแบบ Non-Stop
      2.) KL Transit จะจอดตามป้ายระหว่างทาง
      ป.ล. จากราคาตั๋วรถไฟจะเห็นได้ว่าเมื่อคูณสามแล้วมันไม่ได้ถูกไปกว่าส่วนต่างของค่า Taxi เลย
      แต่ที่เลือกมาทางนี้เพราะว่า ค่ารถไฟมันเบิกได้นั่นเอง 55



15: โมเดลรถไฟฟ้า ตอนแรกว่าจะถ่ายตั๋วมาด้วย แต่ปรากฏว่า สอดบัตรเข้าไปปุ๊ป
      เสือกไม่คืนซะงั้น กินเข้าไปเลย เพิ่งเคยเจอทางเข้าที่มันไม่คืนบัตรเป็นครั้งแรก


16: บริเวณชานชาลา คล้ายๆ รถไฟใต้ดินบ้านเราเหมือนกันนะ


17: สภาพในรถไฟฟ้า หรูหรา ไฮโซ คนไม่ค่อยมี นั่งกันสบายไปเลย


18: บรรยากาศระหว่างนั่งไปสนามบิน


19: มาึถึงสนามบินโดยใช้เวลาแค่ 28 นาที แล้วไอ้ Taxi เวรดันบอกว่ามาไม่ทันแน่ๆ
     แล้วก็ รถไฟฟ้าออกทุกๆ 15 นาทีนะ



20: ตอนมาถึง ลงที่ส่วนผู้โดยสารขาเข้าเห็นโทรมๆ แต่ที่ไหนได้ส่วนผู้โดยสารขาออกก็ดูดีนะ


21: หลังจากเช็คอินเรียบร้อย ก็นั่งรถไฟของสนามบินไปที่อีก Terminal นึง
      พวกร้านค้า Duty Free ทั้งหลายก็จะอยู่ที่ส่วนนี้


22: ปิดท้ายด้วยอาหารบนเครื่อง (ข้าว + ไก่ผัดพริกไทยดำ) ชีวิตนี้จะได้ขึ้นอีกมั๊ย การบินไทยที่รัก

จบแล้วครับกับทริปนี้ หมดเงินไปประมาณ 2 หมื่น แต่ว่าเบิกได้
(ค่าโรงแรม 5 คืนแรกก็ปาเข้าไป หมื่นสามแระ)
ส่วนค่าตั๋วเครื่องบิน บริษัทจ่ายให้ตั้งแต่แรกแล้ว

ว่าแต่...แล้วสาวหมวยล่ะ?? เธอมาจากไหนกัน


23: ที่ไปมาเลเซียคราวนี้ เพราะต้องไปงาน Microsoft TechEd 2008
      แล้วมันก็มีส่วนที่เป็นบูธแสดงงานด้วย ซึ่งมันก็ต้องมี Pretty แน่นอนอยู่แล้ว


24: สองคนนี้นี่ ตอนแรกๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ เขิน 55
      กลัวว่าเข้าไปใกล้ๆ แล้วจะตาบอด
เล่นขาวซะไม่เกรงใจใครขนาดนี้
      (ไม่รู้เหมือนกันว่าความรักหรือความขาวที่ทำให้ตาบอด ฮี้วว~)      


25: แอบไปเออออห่อหมก ถามๆ ข้อมูล ทั้งๆ ที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าบูธนี้เค้าขายอะไร


26: คนนี้ไม่ค่อยหมวย แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ


27: ร่ำลากันไปด้วยภาพนี้ จบบริบูรณ์

Comment

Comment:

Tweet

เขียน blog ได้สนุกมากครับ น่าไปเขียนหนังสือขาย

#9 By Big (183.89.125.45) on 2011-02-12 02:24

เล่าเรื่องราวได้มันมากเลยค่ะ
จะไป KL กับลูกและสามีสิ้นเดือนนี้ (ก.ย.10)
เขียนบลอคได้ฮามาก
อ่านไป ยิ้มไปopen-mounthed smile

#8 By kook kai (124.122.134.208) on 2010-09-01 11:08

อ่านตามแล้วอยากจะไปซะวันนี้พรุ่งนี้เลย 555 รีวิวได้ใจมากๆคับพี่ ตบมือให้เลย กิ๊วๆๆๆ

#7 By Memon (58.9.173.206) on 2010-07-29 11:50

เขียนละเอียดมาเพื่อน
จะไปเช้านี้แล้วหล่ะ (-*-)
เพิ่งจะมีเวลาว่างอ่าน
แล้วจะตามหาความหมวยได้ระหว่างทางไม๊เนี่ย

#6 By jibun-de on 2010-03-16 02:46

I going to bring my family travel in Malaysia well, you web is very nice to explain!! Thanks naka.

#5 By Aew (124.157.222.212) on 2009-07-28 22:36

ถามอีกที่ แล้วได้ไป engineering miracle รึเปล่าค่ะ มันอยู่ตรงไหนอ่ะ บอกที serch แล้วไม่เจอ เหมือนจะอยู่แถว genting ยังไงรบกวนบอกด้วย

#4 By เพียว (124.122.214.200) on 2009-02-05 20:09

ตรูสนก็แต่รูปแรกนี่แหละ ความหมวยได้ใจจริงๆ

#3 By Lek (58.64.85.25) on 2009-02-01 00:21

ละเอียดดีจัง กำลังจะไปอาทิตย์หน้า ขอบคุณมาก ๆ ครับ

#2 By คนไอที (125.24.190.47) on 2009-01-31 10:01

Like your blog la krub...
I'm going to Kl on feb next year...
your blog help me alot.
Thanx

#1 By Plug (125.25.252.190) on 2008-12-24 22:53