ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ ตอนที่ 4 (จบ)
posted on 29 Aug 2008 21:45 by moch in Trips
>> ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ตอนที่ 1 <<
>> ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ตอนที่ 2 <<
>> ตามหาความหมวยที่กัวลาลัมเปอร์ตอนที่ 3 <<
มาถึงตอนจบแระ เปิดตอนกันด้วยภาพสาวหมวยกันเลยดีกว่า

0: สองสาวหมวยแห่งกัวลาลัมเปอร์ เธอเป็นใครกัน??
Sample กันแค่รูปเดียวก่อน กลับเข้าเรื่องต่อ 55

1: โรงแรม First World ยามเช้า ที่เห็นข้างหลังขาวๆ นั่นเป็นหมอกหมดเลย

2: บน Genting ตอนเช้าๆ อากาศจะหนาวมากๆ หมอกลงจัด
รูปนี้นี่ โรงแรมหายเข้าไปกับสายหมอก
3: ตอนแรกกะว่าเ้ช้าๆ จะลองไปเล่น Casino ดู แต่ปรากฏว่าเงินขั้นต่ำ่ที่จะเล่นนี่ 50 RM -*-
ออกไปเข้าสวนสนุกแทนดีกว่า ค่าเข้าของส่วน Outdoor ก็ 38 RM
เป็นบัตรผ่านแบบบุฟเฟต์ติดข้อมือ เล่นอะไรก็ได้
แต่ด้วยเวลาอันจำกัด ทำให้ได้เล่นไปแค่สองอย่าง

4: ชิงช้าหมุนๆ อันนี้ไม่ได้เล่น

5: อันนี้ชื่อ Free Fall ขึ้นไปข้างบนสุด แล้วปล่อยให้ตกลงมา คล้ายๆกับที่ พัทยา พาร์ก
อันนี้ก็ไม่ได้เล่นอีกเช่นกัน

6: ที่ได้เล่นแค่สองอันก็เพราะมัวแต่มาต่อคิวไอ้รถ Go Kart เนี่ยแหละ ใช้เวลารอประมาณ 1 ชม.
พอถึงคิวปุ๊ป ฝนตกครับ พักชั่วคราว โอ้แม่เจ้า!! เค้าเลยให้บัตรเทพมา
เปิดเมื่อไร สามารถเข้ามาเล่นได้ทันที ไม่ต้องต่อคิวใหม่
(ที่เห็นในรูปนี่แอบตั้งชื่อให้เค้าว่าน้องเจแปน อิอิ ตัวจริงน่ารักนะ)

7: พอฝนตกก็เลยมาต่อคิวรถไฟเหาะแทน เพราะ Go Kart เราได้บัตรเทพมาแล้ว
รูปนี้ถ่ายตรงที่รอรถไฟเหาะ พอหมอกลงจัดๆ ไอ้ยอด Free Fall มันจะหายไปเลย
คาดว่าไอ้คนที่เล่น ขึ้นไปข้างบนก็คงมองไม่เห็นพื้นข้างล่างเหมือนกัน
(เกิดมันเสียขึ้นมา รู้ตัวอีกทีคงตกมาตายเรียบร้อยแล้ว)

8: บ่ายสองครึ่ง กลับไปเอาของที่ฝากไว้ที่โรงแรม
เดินลากของกลับมาที่ Skyway อีก 20 นาที โคตรไกล
ซื้อตั๋ว Skyway คนละ 5 RM ส่วนตั๋วรถบัสต้องไปหาซื้อข้างล่าง

9: นั่ง Skyway นี่เร้าใจกว่าตอนเล่นรถไฟเหาะอีก หมอกลงจัดมองไม่เห็นอะไรเลย

10: พอลงมาเรื่อยๆ หมอกก็ค่อยๆ จางลง
(หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า)

11: พื้นที่ด้านล่างที่ Skyway ตัดผ่านนี่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์มากๆ เลย

12: ลงมาถึงด้านล่าง เดินหาซื้อตั๋วกลับ KL Sentral แล้วก็เป็นไปตามที่คิด ตั๋วหมด!!
ขณะนี้เป็นเวลา 4 โมงเย็น เครื่องบินที่จะกลับนี่ไฟลต์ 2 ทุ่ม หึหึหึ
เดินออกมาจากเคาเตอร์ขายตั๋วปุ๊ป ก็เจอบรรยากาศที่คุ้นเคยทันที
คนขับ Taxi รีบเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีอย่างไม่รอช้า บอกว่าไป KL Sentral 80 RM
เรามากัน 6 คน นั่นแปลว่า เราต้องนั่ง Taxi สองคัน หารแล้วคือคนละ 26.67 RM
ชิบหาย!! เกิดมาไม่เคยโดนฟันกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้มาก่อน
ขามาค่าตั๋วรถบัสเพียวๆ มันคนละ 3.5 RM เองนะเว๊ยเฮ๊ย

13: สุดท้ายก็ต้องจำยอม เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่น ถ้ามัวแต่ชักช้าลีลาอาจจะตกเครื่องได้
ต่อรองมาได้เหลือ 75 RM ก่อนขึ้นรถ คนขับเห็นว่าเรากำลังจะไปสนามบิน
ก็ถามเราว่าจะไปสนามบินยังไง พยายามสับขาล่อหลอก บอกเราว่า
ไปต่อรถไฟเนี่ยไม่ทันหรอก นั่ง Taxi ไปสนามบินเลยมั๊ย 180 RM
พ่อมึงตาย!! อย่ามาเที่ยวกรุงเทพฯ บ้างละกัน มีเอาคืน
(แต่กลับ Taxi ก็ได้บรรยากาศอีกแบบนะ ระหว่างทางฝนตกด้วย)

14: ชั่วโมงเดียวก็มาถึง KL Sentral เร็วกว่ารถบัสอีก มาซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน (KLIA) 35 RM
รถไฟฟ้าเชื่อมระหว่าง KL Sentral กับ KLIA มีสองสาย คือ
1.) KL Ekspress เป็นแบบ Non-Stop
2.) KL Transit จะจอดตามป้ายระหว่างทาง
ป.ล. จากราคาตั๋วรถไฟจะเห็นได้ว่าเมื่อคูณสามแล้วมันไม่ได้ถูกไปกว่าส่วนต่างของค่า Taxi เลย
แต่ที่เลือกมาทางนี้เพราะว่า ค่ารถไฟมันเบิกได้นั่นเอง 55

15: โมเดลรถไฟฟ้า ตอนแรกว่าจะถ่ายตั๋วมาด้วย แต่ปรากฏว่า สอดบัตรเข้าไปปุ๊ป
เสือกไม่คืนซะงั้น กินเข้าไปเลย เพิ่งเคยเจอทางเข้าที่มันไม่คืนบัตรเป็นครั้งแรก

16: บริเวณชานชาลา คล้ายๆ รถไฟใต้ดินบ้านเราเหมือนกันนะ

17: สภาพในรถไฟฟ้า หรูหรา ไฮโซ คนไม่ค่อยมี นั่งกันสบายไปเลย

18: บรรยากาศระหว่างนั่งไปสนามบิน

19: มาึถึงสนามบินโดยใช้เวลาแค่ 28 นาที แล้วไอ้ Taxi เวรดันบอกว่ามาไม่ทันแน่ๆ
แล้วก็ รถไฟฟ้าออกทุกๆ 15 นาทีนะ

20: ตอนมาถึง ลงที่ส่วนผู้โดยสารขาเข้าเห็นโทรมๆ แต่ที่ไหนได้ส่วนผู้โดยสารขาออกก็ดูดีนะ

21: หลังจากเช็คอินเรียบร้อย ก็นั่งรถไฟของสนามบินไปที่อีก Terminal นึง
พวกร้านค้า Duty Free ทั้งหลายก็จะอยู่ที่ส่วนนี้

22: ปิดท้ายด้วยอาหารบนเครื่อง (ข้าว + ไก่ผัดพริกไทยดำ) ชีวิตนี้จะได้ขึ้นอีกมั๊ย การบินไทยที่รัก
จบแล้วครับกับทริปนี้ หมดเงินไปประมาณ 2 หมื่น แต่ว่าเบิกได้
(ค่าโรงแรม 5 คืนแรกก็ปาเข้าไป หมื่นสามแระ)
ส่วนค่าตั๋วเครื่องบิน บริษัทจ่ายให้ตั้งแต่แรกแล้ว
ว่าแต่...แล้วสาวหมวยล่ะ?? เธอมาจากไหนกัน

23: ที่ไปมาเลเซียคราวนี้ เพราะต้องไปงาน Microsoft TechEd 2008
แล้วมันก็มีส่วนที่เป็นบูธแสดงงานด้วย ซึ่งมันก็ต้องมี Pretty แน่นอนอยู่แล้ว

24: สองคนนี้นี่ ตอนแรกๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ เขิน 55
กลัวว่าเข้าไปใกล้ๆ แล้วจะตาบอด เล่นขาวซะไม่เกรงใจใครขนาดนี้
(ไม่รู้เหมือนกันว่าความรักหรือความขาวที่ทำให้ตาบอด ฮี้วว~)

25: แอบไปเออออห่อหมก ถามๆ ข้อมูล ทั้งๆ ที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าบูธนี้เค้าขายอะไร

26: คนนี้ไม่ค่อยหมวย แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ

27: ร่ำลากันไปด้วยภาพนี้ จบบริบูรณ์